HOME
คุณสมบัติของผู้เรีย
ไม่จำกัดเพศ เชื้อชาติ ศาสนา หรืออาชีพ
ไม่จำกัดความรู้ทางการศึกษา
ผู้เรียนต้องมีอายุตั้งแต่ 14 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

เงื่อนไขของผู้ปฏิบัติ

ขณะกำลังศึกษา (ห้วงเวลาที่รับการสอน) ห้ามเสพสุรายาดอง ของมึนเมา ทุกชนิด ผู้เรียนวิชานี้แล้วจะมีความสามารถในการนำวิชานี้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและช่วยเหลือ เพื่อนมนุษย์ให้พ้นทุกข์หรือบรรเทาทุกข์ จากโรคภัยไข้เจ็บทั้งกายและจิตใจ จะต้องเป็นผู้ที่มีจิตเมตตายิ่งมีมากเพียงใด ประสิทธิภาพในการนำวิชานี้ไปใช้ จะยิ่ง ได้ผลมากขึ้นเป็นเงาตามตัว เมื่อได้วิชานี้ไปแล้วจะต้องไม่นำไปประกอบเป็นอาชีพนั่นคือ ต้องปฏิบัติช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในการบำบัดโรค โดยไม่เรียกร้องค่าตอบแทนใดๆทั้งสิ้นอีกประการหนึ่งผู้เรียนวิชานี้ จะต้องไม่ปฏิเสธบุคคลในครอบครัว เมื่อบุคคลในครอบครัวร้องขอให้ช่วยรักษาโรค หรือบำบัดอาการเจ็บป่วย ทุกกรณี

เวลาที่ใช้ในการศึกษา

ระดับพื้นฐาน มี 5 ระดับ ใช้เวลาเรียน1 วัน

เปิดสอนวันเสาร์แรกของทุกเดือน เวลา 08.20น.-15.20น. ที่ สำนักงานมูลนิธิเพื่อฝึกพลังจักรวาล

ระดับสูง ที่สูงขึ้นไป
ใช้เวลาเรียนแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนนักเรียน และปัจจัยอื่นๆตามความเหมาะสม


    

ทุกระดับจัดสอนที่สำนักงานมูลนิธิเพื่อฝึกพลังจักรวาล

ท่านสามารถติดตามข่าวสาร การเปิดสอนในแต่ละระดับได้จากเวบไซด์ของมูลนิธิฯ
หรือโทรติดต่อมายังมูลนิธิฯ โดยตรงที่
โทร.02 969 9161-2
โทรสาร 02 969 9166

ข้อบ่งชี้สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนเพื่อนำไปใช้

1.ผู้ทำการบำบัด ต้องเรียนและฝึกให้มีความคิดที่จะบรรลุถึงการควบคุมตนเองในภาระหน้าที่ต่างๆทุกประการ จากหน้าที่เล็กๆ ในครอบครัวไปจนถึงหน้าที่สูงสุดในสังคม นี่เป็นเป้าหมายของการฝึกฝนด้วยตนเอง เมื่อผู้ทำการบำบัดบรรลุถึงเป้าหมายดังกล่าวแล้ว จะสามารถนำความผาสุกมาสู่คนไข้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ผู้ทำการบำบัดและครอบครัวต้องผ่านการพิสูจน์จากสังคม และยอมรับทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเรา แม้จะเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ยิ่งทนได้มากเท่าไร กรรมของเราก็จะหมดลงเร็วเท่านั้น ขณะที่เราทนต่อความทุกข์ยากได้ จิตวิญญาณจะพุ่งสู่ระดับสูงขึ้น เมื่อจิตวิญญาณของเราพัฒนาเข้าสู่ ระดับสูงขึ้น ร่างกายของเราก็จะดูดซับพลังจักรวาลได้ง่ายขึ้น ในสภาวะเช่นนี้เราจะมีความสามารถมากพอที่จะบำบัดคนไข้ทั้งหมดที่มาพบเราได้ ถึงแม้ว่าคนไข้เหล่านั้นจะมีโรคที่ยากต่อการบำบัด

3. เราต้องให้ความรักคนไข้ให้มากเท่ากับที่เราี่รักครอบครัวของเรา และต้องไม่แบ่งแยกชนชั้นหรือฐานะ

4. ระหว่างการบำบัด ความคิดคำนึงของเราควรจดจ่ออยู่ที่คนไข้ และต้องไม่ยอมให้สภาวะแวดล้อมภายนอกทำให้เราไขว้เขว

5. ผู้ฝึกฝนต้องเสียสละประโยชน์ส่วนตนด้วยการปฏิเสธความมีชื่อเสียง ทรัพย์สมบัติ และความรัก ความมีชื่อเสียงควรนำมา สู่บ้านเกิดเมืองนอนของตน ทรัพย์ศฤงคารควรอุทิศให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในประเทศของตน และความรักควรจะแบ่งบันไปสู่มวลมนุษย์

6. ร่างกายของมนุษย์มีจุดสำคัญ 7 จุด เมื่อจุดเหล่านี้ถูกเปิด จะสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่าเต็มที่ ในชั้นต้นจะได้รับการเปิด จุด 6 จุด ที่เรียกว่า "จักระ"และเมื่อได้ฝึกฝนด้วยตนเอง จนประสบผลสำเร็จแล้ว จุดสำคัญอีก 1 จุด จะถูกเปิดโดยอัตโนมัติ ซึ่งถือว่าได้บรรลุถึงจุดสูงสุด และมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

จักระทั้ง 7 จุด คือจุดที่รับพลังจักรวาล นั่นเอง

จักระ 1 (ดอกบัว 4 กลีบ)
- อยู่ระหว่างอวัยวะเพศ และทวารหนัก
- เป็นรากฐานของระบบจักระ หรือระบบพลังงาน เป็นพื้นฐานของพลังชีวิต และเป็นกลไกที่ทำให้สืบทอดพันธุ์เป็นมนุษย์อยู่ในโลกทุกวันนี้
- ผู้ที่ปฏิบัติได้ถึงระดับสูงสุด จักระนี้จะเปิดเองโดยอัตโนมัติ

จักระ 2 (ดอกบัว 6 กลีบ)
- อยู่ตรงปลายก้นกบ เป็นศูนย์กลางเกี่ยวกับพลังทางเพศ รวมทั้งความเชื่อมั่นในตนเอง
- ควบคุมระบบการสืบพันธุ์, การขับกากอาหารและของเสียออกจากร่างกาย (ระบบการขับถ่าย) รวมทั้งการตั้งครรภ์และการคลอด
- ใช้รักษาโรคเกี่ยวกับอัณฑะ, ท่อปัสสาวะ, อวัยวะสืบพันธุ์, มดลูก, รังไข่, ช่องคลอด, ทวารหนัก, กามโรค

จักระ 3 (ดอกบัว 8 กลีบ)
- อยู่ตรงแนวสะดือตัดกับกระดูกสันหลัง เป็นศูนย์กลางของการหยั่งรู้ ณ จุดนี้เป็นศูนย์กลางของร่างกาย
- ควบคุมระบบการย่อยอาหารและการขับถ่ายของเสีย
- ใช้รักษากระเพาะอาหาร, ลำไส้ใหญ่, ลำไส้เล็ก, ลำไส้อ่อน, ลำไส้แก่, ไส้ติ่ง, ตับ, ม้าม, ดี, กระเพาะปัสสาวะ, ไต, โรคเบาหวาน, ถุงน้ำดี, ต่อมหมวกไต

จักระ 4 (ดอกบัว 10 หรือ 12 กลีบ)
- อยู่ตรงแนวหัวใจตัดกับกระดูกสันหลัง เป็นศูนย์รวมของความรักที่แท้จริง รวมทั้งการพัฒนาจิตใจ ด้วยความเมตตากรุณา และความเสียสละ
- ควบคุมระบบหมุนเวียนโลหิต, หัวใจและระดับไขมันในเส้นเลือด
- ใช้รักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น หัวใจโต, หัวใจเล็ก, หัวใจรั่ว, ความดันโลหิตสูง, ไขมันในเส้นเลือด, หัวใจเต้นอ่อนและเหนื่อยเร็ว

จักระ 5 (ดอกบัว 16 กลีบ)
- อยู่ตรงบริเวณเส้นแนวไหล่ตัดกับกระดูกสันหลัง
- ควบคุมระบบทางเดินหายใจ และผิวหนัง
- ใช้รักษาโรคปอด, หลอดลม, ลำคอ, ไซนัส, ต่อมผิวหนัง, หลอดลมอักเสบ, หอบหืด, ไอ, จมูก, ผื่นคัน, โรคผิวหนัง

จักระ 6 (ดอกบัว 2 กลีบใหญ่ และกลีบย่อย 100 กลีบ)
- อยู่ตรงกลางหน้าผาก เปรียบเสมือนนัยน์ตาของปัญญา ใช้เป็นตาที่ 3 (ญาณวิเศษ) สำหรับการติดต่อกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบน ผู้สำเร็จ ระดับ1, 2,3,4 และ 5 (ระดับพื้นฐาน) ยังไม่มีความสามารถใช้จักระนี้ในการรักษาโรค
- ควบคุมสติปัญญา, ความนึกคิด, ความเฉลียวฉลาด, และระบบประสาท
- ผู้ที่เรียนถึงระดับ 5 จะใช้จักระนี้ทำสมาธิได้ิเท่านั้น (ถ้าหากใช้รักษาโรคด้วยจักระนี้ จักระที่เปิดไว้ทุกจักระจะปิด หรือหมดความสามารถ)

จักระ 7 (ดอกบัว 1,000 กลีบ)
- อยู่ตรงกลางกระหม่อมหรือจุดตัดของเส้นที่ลากจากปลายจมูก ผ่านกลางหน้าผาก ตัดกับเส้นที่ลากจากหูซ้ายไปหูขวา เปรียบเสมือนมงกุฎดอกบัว
- ควบคุม ระบบประสาททั้งหมดของร่างกาย เป็นศูนย์ควบคุมทุกจักระ เป็นจุดรับพลังจักรวาล และทำการกระจายไปทั่วร่างกาย เป็นจุดที่ สามารถรักษาอาการเจ็บป่วย ที่จักระอื่นไม่สามารถรักษาได้โดยตรง
- ใช้รักษาเส้นประสาท, สมอง, ตา, หู, อวัยวะในช่องปาก, โรคเจ็บป่วยซึ่งเกี่ยวกับระบบประสาททั่วไป ที่อยู่นอกเครือข่ายของ จักระอื่น เช่น ระบบกล้ามเนื้อ, ไทรอยด์, ต่อมทอนซิล, กล่องเสีย

.